แนะนำการใช้ django-tables2 library

February 27th, 2017
แนะนำการใช้ django-tables2 library

ที่ Pronto มีการทำ Product เล็กๆ หลายๆ ตัว ใช้กันเองภายใน เพื่อให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นและไวขึ้น และหนึ่งในนั้นที่จะมาพูดถึงในบทความนี้ เราเรียกมันว่า zendesk tickets machine เป็น app ที่เอาไว้ยิง ticket ไปยัง zendesk ทีละหลายๆ ticket เพราะกระบวนการแบ่งงานของ Production team จะใช้ zendesk ticket เป็น workflow ส่งต่องานไปเรื่อยๆ แต่ก่อนเราใช้ผ่าน Google Doc โดยเขียน script ต่อเข้ากับ Google API แต่เกิดปัญหาคือ บางที Google API มันเปลี่ยนหรืออัพเดท ทำให้มันทำงานได้บ้างไม่ได้บ้าง และมัน sensitive มากๆ เพราะเป็น script บน Google Spreadsheet ถ้าใส่ special character ไรงี้มันจะพังเลย 555 นี่ก็เลยกลายเป็น project แสนสนุกของ Dr.Kan และ Agile Coach อย่างเรา ที่ทำด้วยกัน อารมณ์แบบขอเขียน code เป็น product ของตัวเองบ้างเหอะ

สอนใช้ LoginView ใน Django 1.11+

February 14th, 2017
สอนใช้ LoginView ใน Django 1.11+

เนื่องจากตอนนี้ Django เวอร์ชั่น 1.11 ขึ้นไป มีการใช้ class LoginView ซึ่งทำให้เราทำ Login ได้ง่ายมาก เลยอยากแชร์เก็บไว้เผื่อโปรเจคอื่นๆ อยากจะเอาไปใช้บ้างอ้างอิงจาก document นี้ แล้วก็บทความนี้ใช้เวอร์ชั่น 1.11a กับ Python 3.6 นะคะ
Requirement:
ต้องการหน้า login ที่มีช่องให้ใส่ username, password และกดปุ่ม login แบบกากๆ ไม่มีความสวยงามใดๆ ยังไม่ต้องการ CSS ขอให้ใช้งานได้อย่างถูกต้องก็พอ
Implementation:

ทำตัว template ซึ่งถ้าอยากใช้ฉบับ basic ก่อน ก็สามารถ copy จากลิงค์ด้านบนได้เลย ตรงที่บอกว่า เป็น Sample ของ registration/login.

Nattanicha (Natty) Phatharamalai

Nattanicha (Natty) Phatharamalai

What interests you about technology and software development?
Software development is an art, and I like to create art! Technologies can change the world, and every single field needs technology. Mixing the art of development with technology can have a big impact.

Retrospective 101

Retrospective 101

เราทำ sprint กันมา ก็ sprint ที่ 60 กว่าละ (สำหรับ Product ปัจจุบัน) สิ่งหนึ่งที่เราทำกันตลอดภายในทีม คือ ปลุกความ self-managing ในตัวคุณ และนี่ก็จะเป็นอีกครั้ง ที่เราจะลองให้แต่ละคนในทีม เปลี่ยนตัวเองเป็น Facilitator นอกจากจะได้ฝึก self-managing แล้ว ยังเพิ่มอรรถรสในการทำงานด้วย ฮ่าๆ

ก่อนอื่น ต้องมาเข้าใจกันก่อนว่า Retrospective คือ พิธีกรรมที่สำคัญที่สุดของการทำ Scrum เพราะมันคือจุดที่ทำให้เราได้พัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กัน ทำงานแล้วเราก็ทำให้ดีขึ้นทุกๆ วัน ผลของการทำ Retrospective (ที่ดี) จะทำให้เราสามารถนำไปใช้ใน sprint ถัดไปได้ และทีมที่ดี ก็ต้อง follow up ผลของ Retrosective ร่วมกันด้วย โดยปกติ scrum master จะเป็นคน facilitate ให้ เพราะดูแล้วจะเป็นคนกลางที่สุด ไม่ได้แตะงานที่ทำ ก็จะไม่สามารถเผลอ (หรืออยากที่จะเผลอ) comment หรือออกความเห็นได้ เป็นการฝึกทักษะการเป็นคนกลางที่ดีมาก (และยากมากไปพร้อมๆ กัน)